Sunday, 6 October 2013

คำศัพท์ และความหมายของศัพท์เกี่ยวกับตลาด Forex

ฟอเร็กซ์ (Forex) คืออะไร

Forex (Foreign Exchange Market) หรือเรียกสั้นๆว่า FX เป็นตลาดในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ ซึ่ง Forex เป็นตลาดที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลกกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อวันซึ่งมากกว่าตลาดหุ้นทั้งโลกมารวมกัน ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ตลอด 24 ชั่วโมงและหยุดการซื้อขายในวันเสาร์อาทิตย์ ตลาดใหญ่ๆของโลกจะมีอยู่ 3 แห่งก็คือ ตลาดโตเกียว ตลาดลอนดอน และตลาดนิวยอร์ค ซึ่งเวลาทำการเมื่อเทียบกับเวลาประเทศไทยก็จะเป็นดังนี้ (ถ้าอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ให้เพิ่มอีก 1 ชั่วโมง)

ตลาดออสเตรเลีย (AUD) เวลา 5:00 – 13:00
ตลาดญี่ปุ่น (JPY) เวลา 7:00 – 14:00
ตลาดยุโรป (EUR) เวลา 13:00 – 21:00
ตลาดสวิส (CHF) เวลา 13:00 – 21:00
ตลาดอังกฤษ (GBP) เวลา 14:00 – 22:00
ตลาดอเมริกา (USD) เวลา 19.00 - 3:00

สกุลเงิน
สกุลเงินหลักๆที่ทำการซื้อขายนั้นก็จะมีอยู่ 7 สกุลเงินด้วยกันก็คือ
1. ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
2. ยูโร (EUR)
3. ปอนด์ (GBP)
4. เยน (JPY)
5. ดอลลาร์แคนาดา (CAD)
6. สวิสฟรังค์ (CHF) และ
7. ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)

การซื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex นั้นจะทำกันเป็นคู่ๆ (Currency Pair) ซึ่งคู่ของสกุลเงินหลักหรือที่เรียกว่า Major นั้น จะมีอยู่ 4 สกุลด้วยกันคือ GBP/USD, EUR/USD, USD/CHF, USD/JPY ซึ่งสกุลเงินที่อยู่ข้างหน้าจะเรียกว่า Base Currency และตัวหลังเรียกว่า Counter Currency เช่นคู่ GBP/USD ก็จะมี GBP เป็น Base Currency และ USD เป็น Counter Currency

ส่วนความหมายนั้นก็ให้จำง่ายๆว่าตัว Base Currency จะมีค่าเป็น 1 เสมอ
สมมติว่าราคาของคู่ GBP/USD เป็น 1.5000 ก็จะหมายความว่า 1 ปอนด์มีค่าเท่ากับ 1.5 ดอลลาร์

Pip
Pip คือจำนวนจุดที่น้อยที่สุดของคู่เงินนั้นๆ ตัวอย่างเช่นราคาของคู่ GBP/USD จะมีทศนิยม 4 จุด เช่น 1.5000 เพราะฉะนั้น 1 pip ก็จะมีค่าเท่ากับ 0.0001 ส่วนราคาของคู่ที่มีสกุลเงินเยนอยู่จะมีทศนิยม 2 จุด เช่นราคาของคู่ USD/JPY เป็น 110.00 ดังนั้น 1 pip ของคู่นี้ก็จะมีค่าเท่ากับ 0.01

Lot
ขนาดของสัญญาที่จะทำการซื้อขายกันนั้นเรียกว่า lot ขนาดของสัญญาก็จะมี 3 ประเภทคือ
Standard lot = 1 standard lot จะเท่ากับ 10 mini lot
Mini lot = 1 mini lot จะเท่ากับ 10 Micro lot

และ  lot ถ้าจะเทียบเป็นดอลลาร์ก็จะได้คร่าวๆว่า

ที่ 1 standard lot ทุกๆ 1 pip จะมีค่าเท่ากับ $10
ที่ 1 mini lot ทุกๆ 1 pip จะมีค่าเท่ากับ $1
ที่ 1 micro lot ทุกๆ 1 pip จะมีค่าเท่ากับ $0.1

ถ้าเทียบกับบัญชีของ FXClearing ก็จะมีค่าดังนี้
บัญชีไมโคร ที่ 10 lot ทุกๆ 1 pip จะมีค่าเท่ากับ $1
บัญชีมินิ, ECN ที่ 0.1 lot ทุกๆ 1 pip (ทศนิยมจุดที่ 4) จะมีค่าเท่ากับ $1
บัญชีนาโน ที่ 100 lot ทุกๆ 1 pip จะมีค่าเท่ากับ $1

Spread
Spread คือผลต่างของราคา Bid และ ราคา Ask หน่วยเป็นจำนวนจุด ซึ่งราคา Ask ก็คือราคาที่เราจะทำการซื้อและราคา Bid ก็คือราคาที่เราจะทำการขาย ซึ่งราคา Bid จะน้อยกว่าราคา Ask เสมอ ตัวอย่างเช่นคู่ EUR/USD มีราคา Bid เป็น 1.5540 ราคา Ask เป็น 1.5541 ดังนั้น Spread จะมีค่าเท่ากับ 1 จุด ซึ่ง Spread ก็เปรียบเสมือนกับค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ที่คิดกับเรานั่นเอง ยิ่งน้อยยิ่งดี

Margin
Margin เปรียบเสมือนกับค่ามัดจำที่เราต้องใช้ในการเปิด Order แต่ละครั้ง และก็จะเพิ่มกลับเข้าไปในบัญชีเหมือนเดิมเมื่อทำการปิดออเดอร์ ยิ่งใส่จำนวน Lot ในการเปิดออเดอร์มากเท่าไหร่ จำนวน Margin ที่ใช้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

Leverage
Leverage จะเป็นตัวกำหนด Margin ที่เราใช้ในการเปิดออเดอร์แต่ละครั้ง Leverage โดยปกติจะมีให้เลือกตั้งแต่ 1:100 จนถึง 1:500 ยิ่ง Leverage มาก จำนวน Margin ที่ใช้ก็จะน้อยลง สำหรับจำนวน Margin ที่ต้องใช้ก็คิดง่ายๆก็คือที่ Leverage 1:500 ถ้าเราเทรดที่ 0.1 lot (1 pip เท่ากับ $1) จะใช้ Margin ประมาณ $20-$30 ถ้าเป็น Leverage 1:100 ก็จะใช้ Margin เท่ากับ $100 - $150 ($20*5 - $30*5) ซึ่งค่า Margin ที่ใช้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามราคาของสกุลเงิน สามารถคำนวณ Margin ที่ใช้ของคู่สกุลเงินต่างๆได้

Swap
Swap คือดอกเบี้ยที่เราจะได้หรือเสียไปเมื่อเราทำการเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืน (ช่วงตี 4 เวลาประเทศไทย) ค่า Swap ของแต่ละสกุลเงินสามารถเข้าไปดูได้ที่ MT 4 -> หน้าต่าง Market Watch -> คลิกขวา เลือก Symbols -> เลือกสกุลเงินที่ต้องการ -> กดปุ่ม Properties จะแสดงค่า Swap Long (ค่า Swap สำหรับออเดอร์ซื้อ) และ Swap Short (ค่า Swap สำหรับออเดอร์ขาย) มีหน่วยเป็น pip คืนวันเสาร์และอาทิตย์ไม่มีการคิดค่า Swap แต่จะไปทบในคืนวันพุธแทนซึ่งค่า Swap คืนวันพุธจะมีค่าเป็น 3 เท่าของค่า Swap ปกติ สำหรับ FXClearing ทุกบัญชีจะไม่คิดค่า Swap ยกเว้นบัญชี ECN ที่สามารถเลือกให้คิดหรือไม่คิดก็ได้

การวิเคราะห์
สำหรับการวิเคราะห์การเทรดก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) และปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis)

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานก็คือการวิเคราะห์ข่าวต่างๆที่เกิดขึ้น ที่เว็บไซต์ http://www.forexfactory.com ก็จะมีการอัพเดทข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับ Forex อยู่ตลอดเวลาซึ่งก็จะมีลำดับความสำคัญของข่าวด้วย ยิ่งเป็นข่าวที่มีความสำคัญมากก็จะมีผลกระทบกับราคาได้มาก

การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคก็จะเป็นการวิเคราะห์จากรูปแบบของกราฟเป็นหลัก โดยดูจากรูปแบบของกราฟว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร แนวรับแนวต้านอยู่ตรงไหน และมีการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆมาช่วยในการวิเคราะห์ด้วย เช่น Moving Average, Fibonacci, RSI ซึ่งอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ใช้โดยทั่วไปก็จะมีให้เลือกใช้ในโปรแกรมเทรด

ตัวอย่างการซื้อขาย
สมมติที่คู่ GBP/USD มีราคาปัจจุบันเป็น 1.5000 ก็จะหมายความว่า 1 ปอนด์มีค่าเท่ากับ 1.5 ดอลลาร์ ถ้าเราคิดว่าในอนาคต 1 ปอนด์จะมีค่ามากกว่า 1.5 ดอลลาร์ ก็ให้เราทำการเปิดออเดอร์ซื้อ ถ้าในอนาคตราคาที่คู่นี้เป็น 1.5010 แล้วเราทำการปิดออเดอร์นี้ เราก็จะได้กำไรมา 10 จุด ถ้าเราใส่ Volume เป็น 0.1 lot ตอนเปิดออเดอร์ (แต่ละจุดเท่ากับ $1) กำไร 10 จุดก็จะเท่ากับ $10 แต่ถ้าราคาตกลงมาเป็น 1.4990 เราก็จะขาดทุน $10

ตรงกันข้าม ถ้าเราคิดว่าในอนาคต 1 ปอนด์จะมีค่าน้อยกว่า 1.5 ดอลลาร์ ก็ให้เราทำการเปิดออเดอร์ขาย (สามารถเปิดออเดอร์ขายได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเปิดออเดอร์ซื้อก่อน) ถ้าในอนาคตราคาที่คู่นี้เป็น 1.4990 แล้วเราทำการปิดออเดอร์นี้ เราก็จะได้กำไรมา 10 จุด ถ้าเราใส่ Volume เป็น 0.1 lot ตอนเปิดออเดอร์ (แต่ละจุดเท่ากับ $1) กำไร 10 จุดก็จะเท่ากับ $10 แต่ถ้าราคาขึ้นมาเป็น 1.5010 เราก็จะขาดทุน $10

MetaTrader 4 (MT4)
MT4 เป็นโปรแกรมใช้สำหรับการเทรดซึ่งโบรกเกอร์โดยส่วนใหญ่ก็จะรองรับ MT4 รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.metaquotes.net/en/metatrader4/trading_terminal
สำหรับคู่มือการใช้งานภาษาไทย 

Expert Advisor (EA)
เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาใน MetaEditor (เปิดได้โดยกด F4 ที่ MT4) ที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้ MT4 ทำการซื้อขายตามเงื่อนไขที่เราเขียนไว้ในโปรแกรมให้อัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เราไม่ต้องเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลา

Scalping คืออะไร
เข้าไปอ่านบทความได้ที่ https://www.facebook.com/note.php?note_id=229249743757310

Hedge คืออะไร
การเทรดแบบ Hedge คือการเปิดออเดอร์ทั้งซื้อและขายที่สกุลเงินเดียวกันเวลาเดียวกัน

Requote คืออะไร
เข้าไปอ่านบทความได้ที่ https://www.facebook.com/note.php?note_id=220162991332652

Introducing Broker (IB) คืออะไร
IB คือ ตัวแทนของ FXClearing ซึ่งจะเป็นผู้แนะนำการลงทุน Forex ให้กับผู้ที่สนใจลงทุน และมีหน้าที่ให้คำปรึกษาต่างๆรวมถึงคอยช่วยเหลือนักลงทุนเพื่อให้ได้รับบริการที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดย IB ก็จะได้รับรายได้ค่าคอมมิชชั่นจาก FXClearing เมื่อผู้ที่ IB แนะนำมีการเทรด ซึ่งท่านสามารถสมัครเป็น IB ได้ที่ http://tha.fxclearing.com/become-ib และยังสามารถโฆษณาโปรโมชั่นจากหน้า Facebook FXClearing Thailand นี้ได้ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/fxclearingthailand/app_203351739677351

การเทรดผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
สามารถเทรดผ่านโทรศัพท์ iPhone, Android หรือ Blackberry ได้ฟรี รายละเอียดเข้าไปดูได้ที่ http://tha.fxclearing.com/mobile-trading

VPS คืออะไร
VPS คือ เครื่อง Server ที่เราสามารถเอาไว้ใช้เทรดหรือรัน EA โดยที่ไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งก็จะเป็นการป้องกันการไฟดับหรืออินเตอร์เนตหลุดในกรณีที่เราเทรดหรือรัน EA ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง นอกจากนี้ยังช่วยในการเทรดผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตต่างๆด้วย ซึ่งทาง FXClearing ก็มีบริการใช้ VPS ฟรี สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://tha.fxclearing.com/vps-server

เลือกบัญชี FXClearing ประเภทไหนดี
FXClearing มีบัญชีหลายประเภทให้เลือก แต่ละบัญชีก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน สามารถเข้าไปอ่านบทความสรุปของแต่ละบัญชีได้ที่
https://www.facebook.com/note.php?note_id=273301632685454

การเปิดบัญชีกับ FXClearing
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/fxclearingthailand/app_160430850678443

การฝาก/ถอนเงินใน FXClearing
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/fxclearingthailand/app_201742856511228

1 comment:

  1. จะมีอีกหลายตอนที่จะหามาทำความเข้าใจกันเพิ่มเติม ...

    ReplyDelete